31 ตุลาคม 2026 เผยแพร่โดย ซิลิคอน วัลเลย์ อินโนเวชั่น EN

Thai Health Business

โรงพยาบาล คลินิก และเวลเนสในไทย

คลินิกความงาม

ตลาดความงามไทยโต 2.7% แต่ KLINIQ ยอดขายพุ่ง 44%

ตลาดแข่งขันสูงและโตช้า แต่ KLINIQ เครือคลินิกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตจากหัตถการไม่ผ่าตัด ขณะที่หน่วยงานรัฐไล่จับยาฉีดที่ไม่ขึ้นทะเบียน

Read in English

ตลับคุชชั่นสีโรสโกลด์วางบนผ้าซาตินสีขาวยับเป็นลอน ฉากหลังสีพีช
ตลับเครื่องสำอางถ่ายในกรุงเทพฯ ภาพประกอบเท่านั้น ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ของคลินิกภาพโดย Sittinat Thurdnampetch บน Unsplash

ตลาดเสริมความงามและศัลยกรรมของไทยมีมูลค่าราว 75,000 ล้านบาทในปี 2025 และโต 2.7% ตามประมาณการของ ttb analytics ชะลอจาก 4% ในปี 2024 ขณะที่เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม (KLINIQ) เครือคลินิกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โตเร็วกว่านั้นมาก

ตลาดโตช้า

ประมาณการของ ttb analytics ระบุรายได้ตลาดปี 2025 ที่ 75,000 ล้านบาท เทียบกับ 73,000 ล้านบาทในปี 2024 เหตุผลคือกลุ่มลูกค้าหลักอย่างผู้หญิงวัยทำงานใกล้อิ่มตัว กลุ่มที่ยังโตคือผู้ชายและผู้ที่อายุเกิน 50 ปี ซึ่ง ttb ระบุว่าใช้จ่ายต่อคนสูงกว่ากลุ่มอายุน้อยได้ถึงสองเท่า

KResearch ให้ขนาดตลาดใกล้เคียงกันแต่ใช้นิยามต่างกัน รายงานเดือนกันยายน 2025 ซึ่งโพสต์ทูเดย์อ้างถึง ประเมินตลาดปี 2025 ที่ 75,200 ล้านบาท โต 1.6% และคาดโตราว 1.0% ในปี 2026

กำไรบางมาก งานศึกษาของ KResearch เมื่อกุมภาพันธ์ 2025 พบว่าอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ย 2.3% ในช่วงปี 2021 ถึง 2023 ลดลงจาก 2.7% ก่อนโควิด และมีคู่แข่งกว่า 2,500 ราย รายงานยังชี้ว่าบุคลากรขาด โดยไทยมีผู้ประกอบวิชาชีพด้านศัลยกรรมตกแต่งราว 500 คน เทียบกับ 2,739 คนในเกาหลีใต้

เครือที่นำหน้า

KLINIQ มี 82 สาขา ณ สิ้นปี 2025 ได้แก่ The Klinique 46 แห่ง L.A.B.X 27 แห่ง L'Clinic 5 แห่ง สปา 2 แห่ง คลินิกรักษาสิว 1 แห่ง และศูนย์ศัลยกรรม 1 แห่ง ข้อมูลที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ระบุรายได้ปี 2025 ที่ 3,580 ล้านบาท เพิ่มราว 19% และกำไรสุทธิ 363.7 ล้านบาท จาก 322.2 ล้านบาท

ปี 2026 ธุรกิจเร่งตัวขึ้น รายได้ครึ่งแรกอยู่ที่ 2,213 ล้านบาท เพิ่ม 32.93% ยอดขายเงินสดไตรมาส 3 ราว 1,280 ล้านบาท เพิ่ม 44% และยอดขายสาขาเดิมโต 29.2% ตามบทวิเคราะห์ของบล.กสิกรไทยลงวันที่ 12 ตุลาคม 2026 ที่ผู้จัดการออนไลน์รายงาน ยอดขายเงินสดไม่เท่ากับรายได้ตามบัญชี และไตรมาสนี้ยังไม่ผ่านการสอบทาน ราคาหุ้นปิดที่ 32.25 บาทในวันนั้น สูงกว่าสิ้นปี 2025 อยู่ 50.7%

ลูกค้าหันจากการผ่าตัดไปทำหัตถการไม่ผ่าตัดมากขึ้น KResearch อ้างข้อมูลของ ISAPS ว่าหัตถการไม่ผ่าตัดที่ทำโดยศัลยแพทย์เพิ่มจาก 21% ของหัตถการที่ศึกษาในปี 2023 เป็น 26% ในปี 2024 นพ.อภิรุจ ทองวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ KLINIQ ให้สัมภาษณ์ผู้จัดการออนไลน์ว่าการเติบโตไม่ควรวัดจากสาขาใหม่อย่างเดียว

อีกด้านคือการบังคับใช้กฎหมาย

ภาครัฐกำลังไล่ปราบผู้ให้บริการราคาถูก วันที่ 6 กรกฎาคม 2026 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ตรวจค้นบ้านสองหลังในเขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ Khaosod English รายงานว่าหญิงอายุ 31 และ 25 ปี เปิดให้บริการฉีดโบทอกซ์และฟิลเลอร์ รายหนึ่งโฆษณาแพ็กเกจราคา 790 ถึง 4,990 บาททางเฟซบุ๊ก อีกรายคิดค่าบริการครั้งละ 1,000 ถึง 5,000 บาท ทั้งสองถูกแจ้งข้อหาตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ฐานให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม

เดือนพฤษภาคม 2026 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางยึดของกว่า 35,000 ชิ้น มูลค่าเกิน 22 ล้านบาท Khaosod English ระบุว่าผลิตภัณฑ์กลูตาไธโอนถูกขึ้นทะเบียนเป็นเครื่องสำอาง ซึ่งอนุมัติง่ายกว่ายา แล้วขายให้คลินิกเป็นยาฉีด

สำหรับคลินิกที่มีใบอนุญาต สิ่งที่ต้องระวังคือห่วงโซ่อุปทาน ต้องตรวจว่าสิ่งที่ฉีดเข้าร่างกายขึ้นทะเบียนเป็นยาหรืออุปกรณ์การแพทย์ ไม่ใช่เครื่องสำอาง ตัวเลขที่ต้องรอดูต่อคืองบไตรมาส 3 ของ KLINIQ ที่ผ่านการสอบทาน ซึ่งจะบอกว่ายอดขายเงินสดที่เพิ่ม 44% คงอยู่ในตัวเลขบัญชีหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

ตลาดความงามไทยใหญ่แค่ไหน

ราว 75,000 ล้านบาทในปี 2025 ทั้งตามการประเมินของ ttb analytics (75,000 ล้านบาท) และ KResearch (75,200 ล้านบาท) โดยนิยามต่างกันเล็กน้อย

ตลาดโตเร็วเท่าไร

โตช้า คือ 2.7% ในปี 2025 ตามตัวเลขของ ttb และ 1.6% ตามตัวเลขของ KResearch โดยคาดโตราว 1.0% ในปี 2026

คนที่ไม่ใช่แพทย์ฉีดโบทอกซ์ได้ตามกฎหมายหรือไม่

ไม่ได้ หญิงสองรายที่ถูกจับเมื่อกรกฎาคม 2026 ถูกแจ้งข้อหาตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ฐานให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม

แหล่งข้อมูล

คลินิกความงามKLINIQKResearchอย.โบทูลินัมทอกซิน

ข่าวอื่นจาก Thai Health Business

AI ในโรงพยาบาล

โรงพยาบาลไทยขยายใช้ AI อ่านภาพเอกซเรย์ปอด

ไทยมีรังสีแพทย์ราว 2,000 คน ต้องอ่านเอกซเรย์กว่า 30 ล้านภาพต่อปี และกองทุนสุขภาพแห่งชาติจ่ายค่าบริการผ่านบัตรทอง 30 บาท

โรงพยาบาล

BDMS กำไรลด เหตุผู้ป่วยกัมพูชาและตะวันออกกลางหาย

ผู้ป่วยต่างชาติคิดเป็น 27 ถึง 28% ของรายได้เครือโรงพยาบาลเอกชนใหญ่สุดของไทย และสองตลาดที่หดคือตลาดที่ความขัดแย้งตามชายแดนและในตะวันออกกลางปิดทางเดินทาง

ท่องเที่ยวเชิงการแพทย์

ผู้ป่วยเมียนมาและกาตาร์เพิ่ม แต่กัมพูชาหายไป

บำรุงราษฎร์มีรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ 67.1% ในไตรมาส 4 ปี 2025 แต่ KResearch คาดจำนวนผู้ป่วยต่างชาติทั้งอุตสาหกรรมปี 2026 โตเพียง 0.4%

ยาและเครื่องมือแพทย์

ไทยดึงบริษัทยาด้วยแผนฮับการลงทุนการแพทย์ 68,000 ล้าน

ไทยนำเข้าวัตถุดิบตัวยาที่โรงงานผลิตยาในประเทศใช้ราว 90% และโรงงานมาตรฐาน GMP ราว 144 แห่ง ผลิตตัวยาสำคัญได้เพียง 9 แห่ง